SLO Marathon Health แคลเซียมและวิตามินดีที่เหมาะกับผู้สูงวัย มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

แคลเซียมและวิตามินดีที่เหมาะกับผู้สูงวัย มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

แม้เมืองไทยจะเป็นเมืองร้อนที่ทุกคนสามารถรับแสงแดดได้เป็นประจำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามิน เมื่อเวลาผ่านไปวิถีชีวิตของคนก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน จากที่มีคนออกไปข้างนอกอยู่บ่อย ๆ ก็กลายเป็นว่าไม่ค่อยมีใครออกไปข้างนอก อีกทั้งยังมีการใช้ครีมกันแดด ร่างกายจึงไม่ได้รับแสงที่มากพอ เพราะฉะนั้นจึงส่งผลให้คนส่วนใหญ่ขาดวิตามินดี โดยเฉพาะกลุ่มวัยทองหรือกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังขาดแคลเซียมด้วย ในบทความจะมากล่าวถึงประโยชน์จากแคลเซียมและวิตามินดีว่ามีอะไรบ้างให้ทุกคนได้รู้จัก

หากขาดแคลเซียมและวิตามินดี จะเกิดอะไรขึ้น

ทุกคนอาจจะเคยได้ยินอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับคุณสมบัติของแคลเซียมและวิตามินดีที่มักจะมาคู่กัน ซึ่งช่วยให้กระดูกแข็งแรง โดยวิตามินจะดูดแคลเซียม เมื่อขาดวิตามิน ร่างกายจำเป็นต้องทำการสลายกระดูกเพ่อที่จะปล่อยแคลเซียมสู่กระแสเลือก หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเป็นระยะเวลานานก็จะส่งผลให้กระดูกไม่แข็งแรง เปราะบาง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ถ้ามีปริมาณวิตามินดีที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมมีประสิทธิภาพมากถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายจึงสามารถใช้แคลเซียมได้ดี อีกทั้งผู้สูงอายุเป็นวัยที่จำเป็นสำหรับการรับแคลเซียมและวิตามินดีเพื่อที่จะนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม สร้างกระดูกให้แข็งแรง มีอายุยืนยาว

มีประโยชน์อย่างไรบ้างเมื่อรับแคลเซียมและวิตามินดี

สำหรับวัยที่ร่างกายมีความต้องการรับแคลเซียมและวิตามินดีมากที่สุดนั้นจะเป็นวัยผู้สูงอายุเนื่องจากร่างกายของคนในวัยนี้จะเสื่อมโทรมลง เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการรับแคลเซียมเพื่อไปเสริมสร้างและซ่อมแซมกระดูกรวมถึงมวลก้ามเนื้อ โดยจะป้องกันไม่ให้กระดูกเสื่อม พรุน หรือบาง นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้กระดูกหักง่าย ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุนั้นมีสูงมาก เพราะแคลเซียม 20 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ภายในกระดูกที่สร้างใหม่และย่อยสลายของคนอายุมากเป็นประจำทุกปี ในเวลาเดียวกัน วิตามินดีมีส่วนที่สำคัญกับระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวถูกสร้างและควบคุมให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างพัฒนาเซลล์ประสาท สมอง ภูมิคุ้มกัน รวมถึงกระตุ้นให้เอนไซม์สังเคราะห์สารที่สื่อประสาท ไม่เพียงเท่านั้นยังลดภาวะซึมเศร้า ความเครียดได้ด้วย

จะเห็นว่า แคลเซียมและวิตามินดีมีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของร่างกายโดยเฉพาะผู้สูงอายุ โดยจะสร้างความแข็งแรงแก่กระดูกไม่ให้พรุนหรือหัก เนื่องจากวิตามินดีจะดูดแคลเซียมให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงประโยชน์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดความซึมเศร้า ความเครียด เรียกได้ว่าวิตามินดีกับแคลเซียมนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถขาดได้เลยทีเดียว 

Related Post

ระวังออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงอากาศเป็นพิษเพราะกำลังทำลายปอดแทนการสร้างสุขภาพ

ระวังออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงอากาศเป็นพิษเพราะกำลังทำลายปอดแทนการสร้างสุขภาพระวังออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงอากาศเป็นพิษเพราะกำลังทำลายปอดแทนการสร้างสุขภาพ

อันตรายจากการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงอากาศเป็นพิษ การออกกำลังกายกลางแจ้งถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของร่างกายและจิตใจ แต่ในสถานการณ์ที่อากาศเป็นพิษ เช่น มีฝุ่น PM2.5 ปริมาณสูง หรือสารพิษในอากาศมากขึ้น การออกกำลังกายกลางแจ้งกลับกลายเป็นการทำลายปอดและสุขภาพแทนที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย บทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งแนะนำแนวทางป้องกันและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น มีข้อมูลที่ชี้ว่าสถานการณ์มลพิษทางอากาศในหลายเมืองใหญ่ในประเทศไทยอยู่ในระดับอันตราย โดยเฉพาะในฤดูแล้งและช่วงที่เกิดไฟป่า ส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพปอดของประชาชน ผลกระทบของอากาศเป็นพิษต่อปอดและการออกกำลังกาย อากาศเป็นพิษ หรือ Air Pollution หมายถึงสภาพอากาศที่มีส่วนผสมของสารพิษและอนุภาคเล็กขนาดนาโน เช่น ฝุ่นละออง PM2.5, ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์, ไนโตรเจนออกไซด์ ที่เกินค่ามาตรฐานจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ปอด ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนนั้นจะถูกทำลายโดยสารพิษเหล่านี้อย่างรวดเร็วเมื่อหายใจลึกๆ ขณะออกกำลังกาย โดย

เทคนิคเพิ่มความอึดสำหรับนักวิ่ง

เทคนิคเพิ่มความอึดสำหรับนักวิ่งใน 12 สัปดาห์เทคนิคเพิ่มความอึดสำหรับนักวิ่งใน 12 สัปดาห์

บทนำ การวิ่งเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ ความอึด (Endurance) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะพาคุณไปถึงเส้นชัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง 5K 10K ฮาล์ฟมาราธอน หรือมาราธอนเต็มรูปแบบ นักวิ่งหลายคนมักพบว่าตัวเองหมดแรงก่อนถึงระยะทางที่ตั้งใจไว้ ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฝึกซ้อมอย่างมีแบบแผนและเป็นระบบ โปรแกรม 12 สัปดาห์ ที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถเปลี่ยนแปลงสมรรถภาพร่างกายของคุณได้อย่างน่าทึ่ง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคสำคัญ 5 ด้านที่จะช่วยเพิ่มความอึดให้กับนักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งที่ต้องการพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปอีกขั้น 1. การวางแผนโปรแกรมฝึกซ้อมแบบก้าวหน้า (Progressive Training Plan) การเพิ่มความอึดที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากการวางแผนการฝึกซ้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยใช้หลักการ Progressive Overload

การเพิ่มความเร็วและความอึดในการวิ่ง

เทคนิคเพิ่มความเร็วและความอึดสำหรับนักวิ่งทุกระดับเทคนิคเพิ่มความเร็วและความอึดสำหรับนักวิ่งทุกระดับ

การวิ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพ การวิ่งแข่งขัน หรือการวิ่งเพื่อความสนุกสนาน สิ่งที่นักวิ่งทุกคนต้องการคือการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความเร็วและความอึด การเพิ่มสมรรถภาพทั้งสองด้านนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างมีระบบ ความอดทน และความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬา บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและความอึดสำหรับนักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่จนถึงนักวิ่งระดับมืออาชีพ 1. การฝึกแบบ Interval Training เพื่อเพิ่มความเร็ว Interval Training หรือการฝึกแบบสลับความเข้มข้น เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มความเร็วของนักวิ่ง หลักการคือการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดหรือใกล้เคียงในช่วงเวลาสั้น ๆ สลับกับช่วงพักหรือวิ่งเบา ๆ เช่น วิ่งเร็ว 400 เมตร แล้วพัก